การเลือกเส้นทางแบบ Static Route
การเลือกเส้นทางแบบ Static นี้ การกำหนดเส้นทางการคำนวณเส้นทางทั้งหมด กระทำโดยผู้บริหารจัดการเครือข่าย ค่าที่ถูกป้อนเข้าไปในตารางเลือกเส้นทางนี้มีค่าที่ตายตัว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใดๆ บนเครือข่าย จะต้องให้ผู้บริหารจัดการดูแล เครือข่าย เข้ามาจัดการทั้งสิ้นอย่างไรก็ดีการใช้ วิธีการทาง Static เช่นนี้ มีประโยชน์เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมดังนี้
- เหมาะสาหรับเครือข่ายที่มีขนาดเล็ก
- เพื่อผลแห่งการรักษาความปลอดภัยข้อมูล เนื่องจากสามารถแน่ใจว่า ข้อมูลข่าวสารจะต้องวิ่งไปบนเส้นทางที่กำหนดไว้ให้ ตายตัว
- ไม่ต้องใช้ Software เลือกเส้นทางใดๆทั้งสิ้น
- ช่วยประหยัดการใช้จ่ายของเครือข่ายได้มาก เนื่องจากไม่มีปัญหาการ Broadcast หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง Router การเลือกเส้นทางแบบ Dynamic Router
การเลือกเส้นทางแบบ Dynamic Router นี้ เป็นการใช้ ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมากับ Router เพื่อทำหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการเลือกเส้นทางระหว่าง Router โดยที่เราเรียกว่า โปรโตคอลเลือกเส้นทาง (Routing Protocol) ข้อดีของการใช้ Routing Protocol ได้แก่ การที่ Router สามารถใช้ Routing Protocol นี้เพื่อการสร้างตารางเลือกเส้นทางจากสภาวะของเครือข่ายในขณะนั้นประโยชน์ของการใช้ Routing Protocol มีดังนี้
- เหมาะสาหรับเครือข่ายขนาดใหญ่
- Router สามารถจัดการหาเส้นทางเองหากมีการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายเกิดขึ้นข้อแตกต่างระหว่าง Static Route กับ DynamicStatic Route
- ไม่เพิ่มการทางานของ Router ในการ Update Routing Table ทาให้ Bandwidth ก็ไม่เพิ่มขึ้น
- มีความปลอดภัยมากกว่า Dynamic Route เพราะ Dynamic Route เมื่อมีใครมาเชื่อมต่ออุปกรณ์ก็สามารถจะใช้งานได้เลย ไม่ตรงผ่านผู้ดูแลระบบ
- Static Route จะใช้ในการสร้างเส้นทางสารองมากกว่าการสร้างเส้นทางหลักDynamic Route
- ไม่ต้องทา Routing entry ทุก Subnet Address ที่ต้องการให้มองเห็น
- สามารถตรวจสอบสถานะของ Link ได้ เช่น การ Down ลงไปของ Link
วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553
Lab #2 Remote Desktop with Windows XP Propesional
Hardware ที่ต้องใช้ คือ
- สาย UTP
- คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง
Software ที่ต้องใช้ คือ
- Windows XP
ขั้นตอนการทดลอง มีดังนี้
การติดตั้ง IP
1.ไปที่ start ==> My computer ==> properties
2.Remote แล้วเช็คที่ Alow usersto connect remotely to this computer
3.Add ==> Lacations เพื่อเลือก user
4.เปิด Friewall เช็คเลือก Remote Desktop
5.Local Area Connection 5status ==> propertis เช็คเลือก Internet Protocal(TCP/IP)==> properties.
6.ไปตั้งค่า IP Address ==> Subnet mask ==> pebult getewa
7.ใช้ IP Addess ของเครื่องที่อยากเข้าไปดู
การเปิด Frie wall
1.start ==>controt penet คลิก performace and maintenanee.
2.คลิก System แล้วคลิกที่ Remote จากนั้นเลือก
- Allow Remote Assistanee invitations to be sent foom this computer.
- Allow user to connect remotele to this computer.
3.ไปที่ Control panel แล้วคิก Security Center แล้วคลิกที่ Windows frie wall.
4.คลิกที่ on(Recommended) ไปที่ Gxepions แล้วเลือกตรงที่ Remote Desktop แล้วกด OK
- สาย UTP
- คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง
Software ที่ต้องใช้ คือ
- Windows XP
ขั้นตอนการทดลอง มีดังนี้
การติดตั้ง IP
1.ไปที่ start ==> My computer ==> properties
2.Remote แล้วเช็คที่ Alow usersto connect remotely to this computer
3.Add ==> Lacations เพื่อเลือก user
4.เปิด Friewall เช็คเลือก Remote Desktop
5.Local Area Connection 5status ==> propertis เช็คเลือก Internet Protocal(TCP/IP)==> properties.
6.ไปตั้งค่า IP Address ==> Subnet mask ==> pebult getewa
7.ใช้ IP Addess ของเครื่องที่อยากเข้าไปดู
การเปิด Frie wall
1.start ==>controt penet คลิก performace and maintenanee.
2.คลิก System แล้วคลิกที่ Remote จากนั้นเลือก
- Allow Remote Assistanee invitations to be sent foom this computer.
- Allow user to connect remotele to this computer.
3.ไปที่ Control panel แล้วคิก Security Center แล้วคลิกที่ Windows frie wall.
4.คลิกที่ on(Recommended) ไปที่ Gxepions แล้วเลือกตรงที่ Remote Desktop แล้วกด OK
วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553
สุดยอดการ์ดแสดงผลพลังงานสูง
หัวใจหลักของการ์ดแสดงผล คือ กราฟฟิคชิพ หรือชิพคำนวณภาพ 3 มิติ บนการ์ด
ดังนั้น จึงต้องอาศัยการ์ดแสดงผลที่ใช้กราฟฟิคชิพประสิทธิภาพสูง
หากพูดถึงสุดยอดกราฟฟิคชิพคงต้องยกให้ nVIDIA แม้ว่าจะมี ATi มาเป็นคู่ปรับก็ตาม
บรรณานุกรม
"สุดยอดการ์ดแสดงผลพลังงานสูง".MICRO COMPUTER USER.ปีที่ 10 ฉบับที่ 118 (2546) : 98
ดังนั้น จึงต้องอาศัยการ์ดแสดงผลที่ใช้กราฟฟิคชิพประสิทธิภาพสูง
หากพูดถึงสุดยอดกราฟฟิคชิพคงต้องยกให้ nVIDIA แม้ว่าจะมี ATi มาเป็นคู่ปรับก็ตาม
บรรณานุกรม
"สุดยอดการ์ดแสดงผลพลังงานสูง".MICRO COMPUTER USER.ปีที่ 10 ฉบับที่ 118 (2546) : 98
วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ "เทคโนโลยีการสื่อสารในอนาคต"
ผมคิดว่า เรื่องที่ผมได้ดูมา ระหว่าง เทคโนโลยีตะวันตก กับ เทคโนโลยีเอเชีย ค่อนข้างที่จะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน
จากการที่ผมได้คิดดูแล้ว ความน่าจะเป็นไปได้ประมาณ 65% อาจจะเป็นไปได้สูง ที่จะมีเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะว่า โลกของเราไม่เคยที่จะหยุดนิ่ง ไม่ว่าภูมิภาคไหนก็ พยายามคิดค้นเทคโนโลยี ที่จะทำให้เกิดความสดวกสบายมากขึ้น
แต่ถ้าเราลองมองในอีกมุมหนึ่ง โอกาสที่จะเกิดเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็อาจมีโอกาสเกิดได้ต่ำเหมือนกัน เพราะถึงแม้ว่า โลกของเราจะไม่เคยหยุดนิ่งก็ตาม แต่สำหรับ เทคโนโลยีเหล่านั้น มัน "เหลือเชื่อ จริง ๆ" ครับ
จากการที่ผมได้คิดดูแล้ว ความน่าจะเป็นไปได้ประมาณ 65% อาจจะเป็นไปได้สูง ที่จะมีเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะว่า โลกของเราไม่เคยที่จะหยุดนิ่ง ไม่ว่าภูมิภาคไหนก็ พยายามคิดค้นเทคโนโลยี ที่จะทำให้เกิดความสดวกสบายมากขึ้น
แต่ถ้าเราลองมองในอีกมุมหนึ่ง โอกาสที่จะเกิดเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็อาจมีโอกาสเกิดได้ต่ำเหมือนกัน เพราะถึงแม้ว่า โลกของเราจะไม่เคยหยุดนิ่งก็ตาม แต่สำหรับ เทคโนโลยีเหล่านั้น มัน "เหลือเชื่อ จริง ๆ" ครับ
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
อีกมุมหนึ่งของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต
เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่ต้องได้รับการออกแบบให้มีเสถียรภาพสูง การเกิดปัญหาที่ใดที่หนึ่ง บางจุดไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร แต่สำหรับประเทศไทยไม่ได้เป็นอย่างนั้น วงจรของไอเอสพี ส่วนใหญ่ก็ใช้เส้นทางเดียวกัน และไปสวิตซ์ที่สหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะไปยังประเทศต่างๆ หากมองอีกมุมหนึ่งก็เห็นได้ว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสร้างความคิดให้ดำเนินการพัฒนาและแก้ปัญหาในช่วงที่เครือข่ายโดยรวมไปสหรัฐอเมริกามีสภาพช้าและติดขัด มีเสียงบ่นจำนวนมากจากผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกหงุดหงิด ทำนองเดียวกันเมื่ออินเตอร์เน็ตช้าลงและช่วงวงจรลดลงจากปัญหาดังกล่าว สิ่งที่กระทบมากที่สุดคือ ผู้ใช้ทรัพยากรจากต่างประเทศ เช่น ผู้ใช้งานเมล์บล็อกซ์ที่อยู่ต่างประเทศ hotmail.com เพราะการใช้งานเมล์บล็อกซ์เหล่านี้ไม่ได้เลย ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้หลายคนต้องหาเมล์บล็อกว์ที่อยู่ในเมืองไทย ก็นับว่าปัยหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนคิดได้และเข้าใจ ก่อนที่จะให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ จึงเห็นได้ชัดเจนว่า "อินเตอร์เน็ต" เป็นปัจจัยสำคัญ เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนมากขึ้น และแน้วโน้มที่จะเกี่ยวพันกับชีวิตมากขึ้น
บรรณานุกรม
ยืน ภู่วรวรรณ."อีกมุมหนึ่งของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต" Micro Computer User.ปีที่ 9 ฉบับที่ 107 (2545): 23
บรรณานุกรม
ยืน ภู่วรวรรณ."อีกมุมหนึ่งของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต" Micro Computer User.ปีที่ 9 ฉบับที่ 107 (2545): 23
วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
The dawn of the net
การที่ระบบเครือข่ายมีบทบาทและความสำคัญเพิ่มขึ้น เพราะไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย จึงเกิดความต้องการที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหล่านั้นถึงกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบให้สูงขึ้น และลดต้นทุนระบบโดยรวมลง มีการแบ่งใช้งานอุปกรณ์และข้อมูลต่างๆ ตลอดจนสามารถทำงานร่วมกันได้ สิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบข้อมูลมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น คือ การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกัน และการเชื่อมต่อหรือการสื่อสาร การโอนย้ายข้อมูลหมายถึงการนำข้อมูลมาแบ่งกันใช้งาน หรือการนำข้อมูลไปใช้ประมวลผลในลักษณะแบ่งกันใช้ทรัพยากร การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายจึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กว้างขวางและมากขึ้นจากเดิม
เรื่อง The dawn fo the net
เป็นระบบการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันในเครือข่าย ทำให้ระบบมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น การแบ่งการใช้ทรัพยากร เช่น หน่วยประมวลผล, หน่วยความจำ, หน่วยจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์ต่าง ๆ
เพื่อสะดวกต่อการร่วมใช้ข้อมูล หรือเครื่องพิมพ์ และยังสามารถอำนวยความสะดวกในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องได้ตลอดเวลา
การเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้แก่
1.คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (File Server)
2.ช่องทางการสื่อสาร (Communication Chanel)
3.สถานีงาน (Workstation or Terminal)
4.อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System)
คอมพิวเตอร์แม่ข่าย(File Server) หมายถึงคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ หน่วยความจำสำรอง ฐานข้อมูล และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ในระบบเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) มักเรียกว่าคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ในระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรือ มินิคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางของเครือข่าย เรานิยมเรียกว่า Host Computer และเรียกเครื่องที่รอรับบริการว่าลูกข่ายหรือสถานีงาน
ช่องทางการสื่อสาร(Communication Chanel) หมายถึง สื่อกลางหรือเส้นทางที่ใช้เป็นทางผ่าน ในการรับส่งข้อมูล ระหว่างผู้รับ (Receiver) และผู้ส่งข้อมูล (Transmitter) ปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสาร สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย คอมพิวเตอร์มีหลายประเภทคือ สายโทรศัพท์แบบสายคู่ตีเกลียวไม่มีฉนวนหุ้ม (UTP) สายคู่ตีเกลียว แบบมีฉนวนหุ้ม (STP) สายโคแอคเชียล สายใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวป และดาวเทียม เป็นต้น
สถานีงาน (Workstation or Terminal) หมายถึง อุปกรณ์หรือเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อ กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นสถานีปลายทางหรือสถานีงาน ที่ได้รับการบริการจากเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Workstation) ในระบบเครือข่ายระยะใกล้ มักมีหน่วยประมวลผล หรือซีพียูของตนเอง ในระบบที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เป็นศูนย์กลาง เรียกสถานีปลายทางว่าเทอร์มินอล (Terminal) ประกอบด้วยจอภาพและแป้นพิมพ์เท่านั้น ไม่มีหน่วยประมวลกลางของตัวเอง ต้องใช้หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางหรือ Host
อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System) แบ่งออกได้เป็น
-การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card :NIC) หมายถึง แผงวงจรสำหรับ ใช้ในการเชื่อมต่อสายสัญญาณของเครือข่าย ติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่ข่าย และเครื่องที่เป็นลูกข่าย หน้าที่ของการ์ดนี้คือแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปตามสายสัญญาณ ทำให้คอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้
-โมเด็ม ( Modem : Modulator Demodulator) หมายถึง อุปกรณ์สำหรับการแปลงสัญญาณดิจิตอล (Digital) จากคอมพิวเตอร์ด้านผู้ส่ง เพื่อส่งไปตามสายสัญญาณข้อมูลแบบอนาลอก(Analog) เมื่อถึงคอมพิวเตอร์ด้านผู้รับ โมเด็มก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณอนาลอก ให้เป็นดิจิตอลนำเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการประมวลผล โดยปกติจะใช้โมเด็มกับระบบเครือข่ายระยะไกล โดยการใชสายโทรศัพท์เป็นสื่อกลาง เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
-ฮับ(Hub) คือ อุปกรณ์เชื่อมต่อที่ใช้เป็นจุดรวม และ แยกสายสัญญาณ เพื่อให้เกิดความสะดวก ในการเชื่อมต่อของเครือข่ายแบบดาว (Star) โดยปกติใช้เป็นจุดรวมการเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่าง File Server กับ Workstation ต่าง ๆ
เรื่อง The dawn fo the net
เป็นระบบการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันในเครือข่าย ทำให้ระบบมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น การแบ่งการใช้ทรัพยากร เช่น หน่วยประมวลผล, หน่วยความจำ, หน่วยจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์ต่าง ๆ
เพื่อสะดวกต่อการร่วมใช้ข้อมูล หรือเครื่องพิมพ์ และยังสามารถอำนวยความสะดวกในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องได้ตลอดเวลา
การเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้แก่
1.คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (File Server)
2.ช่องทางการสื่อสาร (Communication Chanel)
3.สถานีงาน (Workstation or Terminal)
4.อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System)
คอมพิวเตอร์แม่ข่าย(File Server) หมายถึงคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ หน่วยความจำสำรอง ฐานข้อมูล และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ในระบบเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) มักเรียกว่าคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ในระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรือ มินิคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางของเครือข่าย เรานิยมเรียกว่า Host Computer และเรียกเครื่องที่รอรับบริการว่าลูกข่ายหรือสถานีงาน
ช่องทางการสื่อสาร(Communication Chanel) หมายถึง สื่อกลางหรือเส้นทางที่ใช้เป็นทางผ่าน ในการรับส่งข้อมูล ระหว่างผู้รับ (Receiver) และผู้ส่งข้อมูล (Transmitter) ปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสาร สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย คอมพิวเตอร์มีหลายประเภทคือ สายโทรศัพท์แบบสายคู่ตีเกลียวไม่มีฉนวนหุ้ม (UTP) สายคู่ตีเกลียว แบบมีฉนวนหุ้ม (STP) สายโคแอคเชียล สายใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวป และดาวเทียม เป็นต้น
สถานีงาน (Workstation or Terminal) หมายถึง อุปกรณ์หรือเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อ กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นสถานีปลายทางหรือสถานีงาน ที่ได้รับการบริการจากเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Workstation) ในระบบเครือข่ายระยะใกล้ มักมีหน่วยประมวลผล หรือซีพียูของตนเอง ในระบบที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เป็นศูนย์กลาง เรียกสถานีปลายทางว่าเทอร์มินอล (Terminal) ประกอบด้วยจอภาพและแป้นพิมพ์เท่านั้น ไม่มีหน่วยประมวลกลางของตัวเอง ต้องใช้หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางหรือ Host
อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System) แบ่งออกได้เป็น
-การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card :NIC) หมายถึง แผงวงจรสำหรับ ใช้ในการเชื่อมต่อสายสัญญาณของเครือข่าย ติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่ข่าย และเครื่องที่เป็นลูกข่าย หน้าที่ของการ์ดนี้คือแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปตามสายสัญญาณ ทำให้คอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้
-โมเด็ม ( Modem : Modulator Demodulator) หมายถึง อุปกรณ์สำหรับการแปลงสัญญาณดิจิตอล (Digital) จากคอมพิวเตอร์ด้านผู้ส่ง เพื่อส่งไปตามสายสัญญาณข้อมูลแบบอนาลอก(Analog) เมื่อถึงคอมพิวเตอร์ด้านผู้รับ โมเด็มก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณอนาลอก ให้เป็นดิจิตอลนำเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการประมวลผล โดยปกติจะใช้โมเด็มกับระบบเครือข่ายระยะไกล โดยการใชสายโทรศัพท์เป็นสื่อกลาง เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
-ฮับ(Hub) คือ อุปกรณ์เชื่อมต่อที่ใช้เป็นจุดรวม และ แยกสายสัญญาณ เพื่อให้เกิดความสะดวก ในการเชื่อมต่อของเครือข่ายแบบดาว (Star) โดยปกติใช้เป็นจุดรวมการเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่าง File Server กับ Workstation ต่าง ๆ
สรุป MOS,DOS,Linux
DOS ย่อมาจากอะไร ?
DOS ย่อมาจากคำว่า " Disk Operating System " หมายถึง ระบบปฏิบัติการ (operating system) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของระบบซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการประกอบขึ้นจากชุดโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินการต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ และประสานการทำงานระหว่างทรัพยากรต่าง ๆ ในระบบคอมพิวเตอร์
อ้างอิง http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-9156.html
สรุปว่า คำสั่งของ DOS มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ
1. คำสั่งภายใน (Internal Command) เป็นคำสั่งที่เรียกใช้ได้ทันทีตลอดเวลาที่เครื่องเปิดใช้งานอยู่ เพราะคำสั่งประเภทนี้ถูกบรรจุลงในหน่วยความจำหลัก (ROM) ตลอดเวลา หลังจากที่ Boot DOS ส่วนมากจะเป็นคำสั่งที่ใช้อยู่เสมอ เช่น CLS, DIR, COPY, REN เป็นต้น
2. คำสั่งภายนอก (External Command) คำสั่งนี้จะถูกเก็บไว้ในดิสก์หรือแผ่น DOS คำสั่งเหล่านี้จะไม่ถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำ เมื่อต้องการใช้คำสั่งเหล่านี้คอมพิวเตอร์จะเรียกคำสั่งเข้าสู๋หน่วยความจำ ถ้าแผ่นดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ไม่มีคำสั่งที่ต้องการใช้อยู่ก็ไม่สามารถเรียกคำสั่งนั้น ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น คำสั่ง FORMAT, DISKCOPY, TREE, DELTREE เป็นต้น
หน้าที่ของ dosได้ 3 อย่าง คือ
1.จัดการอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทำหน้าที่ประสานการทำงานระหว่างหน่วยรับข้อมูล(Input)และหน่วยแสดงผล(Output)
2.ควบคุมการทำงานของโปรแกรม เช่น การอ่านโปรแกรมหรือคำสั่งขึ้นมาจากดิสค์เตรียมสิ่งต่างๆ สำหรับให้โปรแกรมการทำงานและจัดพื้นที่ในหน่วยความจำกับดิสค์
3.ปฏิบัติตามคำสั่ง ที่ผู้ใช้ดอสรับเข้ามาไปทำการประมวลและปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ๆ
Linux
*เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ฟรี ทำงานได้บนเครื่องพีซีทั่วไป ที่มีหน่วยประมวลผลกลางตั้งแต่ 80386 ขึ้นไป รวมถึง Motora 680x0, Compaq (Digital) Alpha, PowerPC, SPARC เป็นต้น Linux จึงเป็นระบบปฏิบัติการที่มีความต้องการทรัพยากรของระบบในขั้นต่ำ สามารถทำงานได้รวดเร็ว เนื่องจากมีระบบการจัดการหน่วยความจำเสมือน (Virtual Memory) การจัดทำงานแบบ Multitasking และระบบป้องกันการรบกวนการทำงานระหว่าง Process ต่างๆ
Linux มีความสามารถแบบ UNIX
คือ สามารถใช้งานร่วมกับดอส (DOS) และ Microsoft Windows โดยการแบ่งพาติชั่น ชึ่งมีความสามารถในการใช้งานไฟล์ร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น DOS หรือ Microsoft Windows และ Linux เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด เนื่องจากทุกฟังก์ชันมี Source Code แนบมาพร้อม
DOS ย่อมาจากคำว่า " Disk Operating System " หมายถึง ระบบปฏิบัติการ (operating system) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของระบบซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการประกอบขึ้นจากชุดโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินการต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ และประสานการทำงานระหว่างทรัพยากรต่าง ๆ ในระบบคอมพิวเตอร์
อ้างอิง http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-9156.html
สรุปว่า คำสั่งของ DOS มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ
1. คำสั่งภายใน (Internal Command) เป็นคำสั่งที่เรียกใช้ได้ทันทีตลอดเวลาที่เครื่องเปิดใช้งานอยู่ เพราะคำสั่งประเภทนี้ถูกบรรจุลงในหน่วยความจำหลัก (ROM) ตลอดเวลา หลังจากที่ Boot DOS ส่วนมากจะเป็นคำสั่งที่ใช้อยู่เสมอ เช่น CLS, DIR, COPY, REN เป็นต้น
2. คำสั่งภายนอก (External Command) คำสั่งนี้จะถูกเก็บไว้ในดิสก์หรือแผ่น DOS คำสั่งเหล่านี้จะไม่ถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำ เมื่อต้องการใช้คำสั่งเหล่านี้คอมพิวเตอร์จะเรียกคำสั่งเข้าสู๋หน่วยความจำ ถ้าแผ่นดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ไม่มีคำสั่งที่ต้องการใช้อยู่ก็ไม่สามารถเรียกคำสั่งนั้น ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น คำสั่ง FORMAT, DISKCOPY, TREE, DELTREE เป็นต้น
หน้าที่ของ dosได้ 3 อย่าง คือ
1.จัดการอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทำหน้าที่ประสานการทำงานระหว่างหน่วยรับข้อมูล(Input)และหน่วยแสดงผล(Output)
2.ควบคุมการทำงานของโปรแกรม เช่น การอ่านโปรแกรมหรือคำสั่งขึ้นมาจากดิสค์เตรียมสิ่งต่างๆ สำหรับให้โปรแกรมการทำงานและจัดพื้นที่ในหน่วยความจำกับดิสค์
3.ปฏิบัติตามคำสั่ง ที่ผู้ใช้ดอสรับเข้ามาไปทำการประมวลและปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ๆ
Linux
*เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ฟรี ทำงานได้บนเครื่องพีซีทั่วไป ที่มีหน่วยประมวลผลกลางตั้งแต่ 80386 ขึ้นไป รวมถึง Motora 680x0, Compaq (Digital) Alpha, PowerPC, SPARC เป็นต้น Linux จึงเป็นระบบปฏิบัติการที่มีความต้องการทรัพยากรของระบบในขั้นต่ำ สามารถทำงานได้รวดเร็ว เนื่องจากมีระบบการจัดการหน่วยความจำเสมือน (Virtual Memory) การจัดทำงานแบบ Multitasking และระบบป้องกันการรบกวนการทำงานระหว่าง Process ต่างๆ
Linux มีความสามารถแบบ UNIX
คือ สามารถใช้งานร่วมกับดอส (DOS) และ Microsoft Windows โดยการแบ่งพาติชั่น ชึ่งมีความสามารถในการใช้งานไฟล์ร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น DOS หรือ Microsoft Windows และ Linux เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด เนื่องจากทุกฟังก์ชันมี Source Code แนบมาพร้อม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
